วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"มารีอา กาเบรียลลา" ยัญบูชาแห่งเอกภาพคริสตชน



บุญราศีมารีอา กาเบรียลลา ซาเกดดู
Bl.Maria Gabriella Sagheddu
ฉลองวันที่: 22 เมษายน
องค์อุปถัมภ์ : การฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักร

ฉันล้างเธอเดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต  พระสงฆ์ประจำวัดกล่าวขึ้นขณะโปรดศีลล้างบาปให้บุตรตรีแรกเกิดของคนเลี้ยงแกะนาม ‘มาร์กันโตนิโอ ซาเกดดู’ กับ ‘กาเตรีนา กุกกา’ ด้วยชื่อ ‘มารีอามารีอาเป็นบุตรคนที่ห้าจากแปดคนของครอบครัว ท่านเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค..1914 ในเมืองเล็กๆทางชายฝั่งตะวันออกของแคว้นซาร์ดิเนีย นาม ‘โดรกาลี’ ต่อมาในปี ค..1919 ขณะท่านมีอายุได้เพียง 5 ปี บิดาของท่านจากท่านไปหาพระบิดาเจ้า ณ สวรรค์ ดังนั้นแม่หม้ายลูกแปดอย่างมารดาของท่านจึงกลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งก็ด้วยความเสียสละเธอและความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก็ทำให้ครอบครัวสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้มาได้ 

ต่อมาท่านได้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียน ที่นั่นท่านเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์  ท่านชอบที่จะอ่านหนังสือและกระหายหาความรู้ แต่สุดท้ายแล้ว ท่านก็ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยงานบ้านซึ่งท่านค้นพบตัวของท่านเอง  ในฐานะเด็กสาววัย 17 ทั่วไป ท่านเป็นคนใจกว้าง แข็งแร็ง เอาแต่ใจและมีความสนใจเรื่องศาสนาน้อยมาก มันเป็นความจริงที่ว่าบ่อยครั้งท่านมักจะอยู่บ้านในขณะที่มารดาของท่านไปโบสถ์หรือไปร่วมมิสซา  บ่อยครั้งมีคนเชื้อเชิญให้ท่านเข้าร่วมสอนกับกลุ่ม ‘กิจการคาทอลิก’ แต่ทุกครั้งท่านก็ตอบว่า ดิฉันไม่ต้องการค่ะ




จนเมื่ออายุได้ 18 ปี พระเมตตาอันสุดจะหยั่งได้ของพระเจ้าก็ได้ทอแสงลงมายังดวงใจที่แข็งกระด้างนั้นให้กลับกลายมาเป็นดวงใจที่อ่อนโยน การไม่สนใจศาสนาจบลงแล้ว บัดนี้ท่านมายืนต่อหน้าประธานของกลุ่มกิจการคาทอลิกเพื่อขออาสาทำงานนั้น แต่ท่านก็ต้องประหลาดใจเพราะมีผู้มาทำแทนท่านแล้ว แต่กระนั้นก็มีคนมากมายขอให้ท่านเข้ากลุ่ม นับจากวันนั้นท่านก็เปลี่ยนไป ท่านช่วยเหลืองานของกลุ่มทุกงานและกลายมาเป็นครูสอนคำสอนแก่เด็กๆในเขตวัด โดยครั้งแรกท่านจะสอนพวกเขาไปโดยที่มีไม้เรียวอยู่ที่มือ แต่มีวันหนึ่งที่คุณพ่อประจำวัดได้เอาไม่นั้นไปซ่อนและกล่าวกับท่านว่า ใช้ลำแขนของตัวเองด้วยความอดทน ไม่ใช่ด้วยไม้ ฝั่งท่านก็น้อมรับคำติชมและนับจากวันนั้นท่านก็ไม่เคยใช่ไม้ในการสอนอีกเลย นอกจากนั้นท่านยังไปมิสซาบ่อยขึ้น รับศีล เฝ้าศีล สวดสายประคำ รำพึงภาวนาและสารภาพบาปทุกสัปดาห์

และด้วยเหตุที่ท่านอยู่ในวัยแรกแย้ม จึงมีหนุ่มมากมายมาขอท่านแต่งงาน แต่ท่านก็ปฏิเสธไปเสียทุกครั้งเพราะตั้งแต่การกลับใจลึกลับของท่าน ท่านก็ปรารถนาที่จะถวายทุกสิ่งเพื่อพระเยซูเจ้าเพียงผู้เดียว ท่านจึงตัดสินใจหันเหชีวิตเข้าสู่ทางแห่งนักบวช ด้วยเหตุนี้ท่านจึงไปปรึกษาคุณพ่อวิญญาณรักษ์และได้รับคำแนะนำให้เข้าคณะทราปปิสท์ หรือ คณะซิสเตอร์เซียน



ด้วยเหตุผลนี้ในเดือนตุลามปี ค..1935 ขณะที่ท่านอายุ 21 ปี ท่านจึงได้สมัครเข้าอารามคณะทราปปิสท์ที่กรอทตาเฟรราตา ทางตอนใต้ของโรม และได้รับชื่อใหม่ว่า ‘ภคินีมารีอา กาเบรียลลา’  ซึ่งเพียงระยะเวลาสั้นๆในอาราม ท่านผู้เข้ามาใหม่ก็โดดเด่นขึ้นมาด้วยการแสวงหาความรู้และความรักขององค์พระคริสต์เจ้า ผู้ซึ่งท่านรักในฐานะพระสวามีเจ้าของท่าน ท่านยังเด่นด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีใครติเตือนท่าน ท่านก็พร้อมเสมอที่จะยอมรับข้อผิดพลาดนั้นอย่างเต็มใจ

ต่อมาท่านก็ได้เข้าพิธีปฏิญาณตนเป็นภคินีมารีอา กาเบรียลลา ในวันที่ 31 ตุลาคม ค..1937 ซึ่งเป็นวันฉลองพระคริสต์กษัตริย์ หลังจากพิธีปฏิญาณจบลงท่านได้ภาวนาต่อพระเจ้าใจความตอนหนึ่งว่าโอ้พระเยซูเจ้าข้า ลูกขอถวายตัวเองแด่พระองค์ทั้งครบเดชะการเสียสละของพระองค์และถึงแม้มันจะไม่คู่ควร และไม่มีค่าอันใด ลูกก็หวังและเชื่อมั่นว่าพระบิดาเจ้าจะทอดพระเนตรลงสายตาของความตั้งใจถวายของลูก เพราะลูกเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์....... ” ก่อนหันไปทางพระเยซูเจ้าพร้อมกล่าวว่า ตอนนี้พระองค์ต้องการสิ่งใด”  ก่อนหยุดและกล่าวต่อไปว่า ลูกขอถวายอย่างสิ้นเชิง  แต่นั้นมาท่านก็ประสบกับความทุกข์ยากมาโดยตลอด


ท่านกล่าวไว้ในบันทึกของท่านอีกว่า ในความเรียบง่ายของดวงใจ ลูกยินดีมอบถวายทุกสิ้ง โอ้ องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงวางลูกบนมรรคานี้ พระองค์จะทรงระลึกเสมอว่าจะทรงประคับประคองลูกในสนามรบ ณ แทบพระเมตตาของพระองค์ ลูกมอบความอ่อนแอของดิฉันไว้ด้วยความวางใจ ลูกเห็นเบื้องหน้าของลกคือกางเขนอันใหญ่ยิ่ง …… ลูกระลึกดีว่าการเสียสละของลูกไม่มีค่าอันใดเลยเมื่อเทียบกับพระองค์ ลูกขอถวายตัวโดยสิ้นเชิงและลูกไม่ก็ขอถอนคำพูดนั้น ขอพระองค์ทรงกระทำตามน้ำพระทัยเถิด นี่แหละคือความยินดี ความสุข สันติสุขของลูก ลูกไม่อาจโมทนาพระคุณพระองค์ได้มากพอ ลูกไม่อาจจะกล่าวคำเหล่านี้ พระเจ้าของลูก พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์

ตั้งแต่ช่วงกลางปี ค..1930 ได้มีการรณรงค์ให้มีการภาวนาเพื่อเอกภาพ แผ่นพับจำนวนมากถูกทำและแจกจ่ายไปทั่วยุโรป และเมื่อแผ่นพับมาถึงอารามท่าน จึงได้มีการจัดการภาวนาเพื่อเอกภาพขึ้นในปี ค..1938 ซึ่งเมื่อท่านอ่านประโยคที่ว่า ร่วมภาวนาพร้อมกับคริสตชนทั้งหลายเพื่อเอกภาพของคริสตชน” วลีประโยคที่ทำให้ท่านรู้สึกประทับใจและรู้สึกถึงเสียงเรียกที่ชัดเจนว่าท่านจะต้องเป็นเป็นอาสาสมัครสำหรับงานอันทรงเกียรตินี้


หลังจากไม่กี่วันตัดสินใจเดินไปหาคุณแม่อธิการเพื่อขอถวายชีวิตของท่านเพื่อความเป็นเอกภาพของคริสตชน ท่านกล่าวต่อคุณแม่ว่าท่านรู้สึกถูกกระตุ้นให้พลีชีวิตเพื่อการณ์นี้ และผลที่ได้ ก็คือคุณแม่อธิการอนุญาตท่าน พร้อมทั้งแนะให้ท่านไปปรึกษาพระสงฆ์ด้วย กระทั้งตะวันละขอบฟ้าลงในวันเดียวกันที่ได้รับอนุญาต ท่านก็เริ่มมีอาการเจ็ยที่ไหล่อย่างรุนแรง สุขภาพที่เคยแข็งของท่านเริ่มร่อนหรอลงเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งแพทย์ก็ตรวจพบว่าท่านติดเชื้อวัณโรค

เช่นกับพระเยซูเจ้าที่ทรงอยู่ในทะเลทราย 40 วันเพื่อเตรียมตัว ท่านใช้เวลา 40 วันในโรงพยาบาลเพื่อเตรียมตัวไปงานวิวาห์นิรันดร์ของท่านกับพระองค์   ที่นั่นท่านต้องอดทนต่อความเจ็บปวดทางกายภาพจากการรักษาที่มีแต่จะส่งให้สุขภาพของท่านแย่ลงเรื่อยๆ และฝ่ายภายในของ ท่านก็ต้องทนทุกข์จากเสียงในโรงพยาบาล สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำอันไม่นับถือศาสนาและการกระทำกับผู้ที่อยู่รอบตัวท่าน ท่านเคยกล่าวถึงการเจ็บป่วยกับพยาบาลนางหนึ่งว่า การเจ็บป่วยคือสมบัติของซิสเตอร์ ซิสเตอร์มิสามารถให้กับใครได้หรอก


ท่านพักรักษาตัวอยู่ได้หนึ่งเดือน ท่านจึงถูกส่งตัวกลับมายังอาราม แต่ไม่ว่าจะที่ไหนอาการของท่านก็มีแต่ทรุดลงทรุดลง กระนั้นท่านก็ไม่เคยปริปากบ่นเลย แต่กลับกันท่านกับยังคงภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชนต่อไปอย่างยิ่งยวด ท่านเขียนบรรเทาใจมารดาของท่าน ใจความในจดหมายบางตอนหนึ่งมีว่า ลูกมีความสุขที่จะได้รับบางสิ่งเพื่อพระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า …”

ที่สุดแล้วหลังโรคร้ายที่ท่านเรียกมันว่า ‘ที่รักของดิฉัน’ คุกคามท่านมานานนับสิบห้าเดือน ท่านผู้ไม่เคยปริปากบ่นอะไรเลย นอกเหนือจากเพียงกล่าวว่า ลูกไม่ขอถอนคำพูด โอ้พระเจ้าเป็นสิ่งดียิ่งนัก .... ลูกต้องการรักพระองค์สำหรับผู้ผู้ที่ไม่ได้รักพระเยซูเจ้า ..... ลูกขอถวายตัวลูกแก่พระองค์ และเพียงสี่ปีในอาราม ท่านก็ได้จากไปเข้าพิธีวิวาห์กับสุดที่รักของท่านในสวรรค์อย่างสงบ ในวันที่  23 เมษายน ค..1939 ด้วยอายุ 25 ปี


ต่อมาในปี ค..1957 เมื่อมีการเปิดหลุมศพของท่าน ก็มีการค้นพบว่าร่างของท่านยังคงสภาพสมบูรณ์ ดังนั้นจึงมีย้ายร่างของไปไว้ในโบสถ์ของอารามซึ่งปัจจุบันคือวัดแห่งเอกภาพ และหลังจากผลความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของภคินีตัวน้อย ในวันฉลองนักบุญเปาโลกลับใจและวัดสุดท้ายของวันภาวนาเพื่อเอกภาพ ที่ 25 มกราคม ค..1983 สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ก็ได้สถาปนาให้ท่านเป็นบุญราศี ณ มหาวิหารนักบุญเปาโลนอกกำแพงกรุงโรม 


ทางสายนี้จะยาวไกลสักเเค่ไหน จะทุกข์ยากลำบากสังเพียงใดขอให้เราดำเนินชีวิตทางสายนี้เปรียบดังพระวาจาที่ว่า การเสียสละของบุตรพระเจ้า และเป็นหนทางที่ทำให้พระเป็นเจ้ายิ่งเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน (1 คร. 15:28)  การเสียสละเเละภาวนาคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในชีวิตของบุญราศีมารีอา เเม้ว่าในวัยรุ่นท่านไม่สนใจศาสนาเลยเเต่พระเป็นเจ้าได้ทรงจัดทางสำหรับบุญราศีมารีอาเเล้ว เมื่อพออายุ 18 ปี ท่านบุญราศีได้เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาเพราะเป็นน้ำพระทัยพระองค์ที่ทรงเรียกท่านเเละอาศัยพระจิตเจ้าในการดำเนินชีวิต ท่านอยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อ การภาวนาเเละรับใช้ผู้อื่น แม้ทางสายนี้ที่ใครเลือกเเล้วจะเป็นทางเเห่งกางเขนก็ตามท่านก็ไม่บากบั่น เมื่อชีวิตนักบวชเริ่มต้นขึ้น ท่านมีจิตใจที่ร้อนรนในเรื่องการภาวนาเพื่อเอกภาพของคริสตชน  เพื่อให้เกิดความสามัคคี ความรักเเละให้อภัยเปรียบดังพระวาจาที่ว่า “จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน(มัทธิว 5:44) เเม้ทางสายที่ท่านบุญราศีเลือกเป็นทางสายที่หนัก เเต่ท่านก็มีรอยยิ้มเสมอ แม้ทางกางเขนนี้จะยาวไกลสักเพียงใดก็ตาม กางเขนเเม้เป็นสิ่งที่ประหัตถ์ประหารองค์พระผู้ไถ่ หากใครได้กอดกางเขนเเล้วก็เท่าเป็นศิษย์ติดตามพระองค์


ข้าแต่ท่านบุญราศีมารีอา กาเบรียลลา ซาเกดดู ช่วยวิงวอนเทอญ

ข้อมูลอ้างอิง

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"นักบุญ เทเรซา แห่ง แอนดีส" ลิลลี่น้อยแห่งเทือกเขาแอนดีส



นักบุญ เทเรซา แห่ง แอนดีส
St. Teresa of the Andes
ฉลองในวันที่ : 13 กรกฎาคม
องค์อุปถัมภ์ : เยาวชน

หลุมศพเล็กๆของภคินีคาร์แมลตัวน้อยๆคนหนึ่ง ที่มีทุกสิ่งเหมือนทุกคน ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยฝูงชนมากมายที่หลั่งไหลมายังที่เพื่อวิงวอนผ่านภคินีคาร์แมลตัวน้อยที่เป็นลิลลี่ของแอนดีสนาม เทเรซา  เฉลี่ยถึงปีละ 100,000 คน ดอกไม้มากมายถูกเสียบวางไว้ในแจกันล้อมหลุมศพที่ทำด้วยหินสีน้ำตาลแต่กระนั้นมันก็หาได้บดบังรัศมีความงามของดอกลิลลี่เล็กๆที่พักกายอยู่ใต้หินไม่

ท่ามกลางครอบครัวที่ร่ำรวยของไมเคิลเฟอร์นันเดซ์ จาราเคมาดา (Miguel FernándezJaraquemada) กับ ลูเซีย โซลาร์ อาร์มสตอง (Lucía Solar Armstrong) ได้มีลิลลี่ดอกน้อยๆได้ผลิบานขึ้น ในวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ.1900  ซึ่งพวกเขาเรียกขานนามดอกลิลลี่นี้ว่า ฮัวนิต้า เฟอร์นันเดซ์ โซลาร์(Juanita Fernández Solar)



 ฮัวนิต้าหรือชื่อที่คนใกล้ชิดมักเรียกท่าน เป็นชาวชิลี เกิดในซันติอาโก แคว้นซันติอาโก เมโทรโปลิแตน (Santiago Metropolitan) ประเทศชิลี ภายหลังจากที่ท่านเกิดได้สองในวันที่ 15 กรกฎาคมปีเดียวกัน ท่านก็ได้รับศีลล้างบาป  ณ  โบสถ์เซนต์แอน ใน ซันติอาโก (St. Ann's church in Santiago)  ท่านเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์แบบมากนะ พ่อของท่านเป็นคนที่พยายามอย่างต่อเนื่องสำหรับความสำเร็จทางด้านการเงินในผืนดินของเขา ส่วนแม่ของท่านเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก

ในวัยเด็กนั้นท่านมักอยู่ครอบครัวของท่านในที่ดินของตาของท่านในชาคาบูโค(Chacabuco) 40 ไมล์จากซันติอาโก ส่วนประวัติการศึกษานั้นลิลลี่น้อยได้รับการศึกษาเรื่องการอ่านที่โรงเรียนของภคินีเทเรเซียน (Theresian Sisters) ใน ซันติอาโก ในปี ค.ศ.1906 และในปีนั้นเองท่านมีความปรารถนาที่จะรับศีลมหาสนิทเป็นครั้งแรก แต่ทุกคนต่างพากันคิดว่าท่านยังเด็กเกินไป  ท่านก็ได้รับการศึกษาในปี ค.ศ.1907 ในโรงเรียนพระหฤทัย(Sacred Heart school) ใน ซันติอาโกและได้เรียนรู้การภาวนาจากการสอนจากลูโช(Lucho)พี่ชายของท่าน ซึ่งท่านก็สัญญาว่าจะสวดภาวนาทุกวันและจะรักษาสัญญาของท่านไปจนกระทั้งวันตาย ยกเว้นคราวหนึ่งในวัยเด็กที่ท่านเกิดลืมมัน



นับตั้งแต่วัยเยาว์ท่านเป็นเด็กที่กระตือรือร้น เฉลียวฉลาด และมีชีวิตชีวาด้วยความปรารถนาในพระเจ้า พระสงฆ์ที่สนิทกับครอบครัวย้อนความทรงจำในช่วงนั้นว่า พ่อจำได้ว่าวันหนึ่ง เธอก็มาจูงมือพ่อ พร้อมพูดว่า คุณพ่อน้อยของหนู ไปสวรรค์กันเถอะค่ะ พ่อเลยตอบว่า เยี่ยมมาก เด็กน้อยของฉัน ไปสวรรค์กัน จากนั้นพวกเราก็เดินออกมาจากบ้านไปด้วยกันและพ่อก็ได้ถามเธอว่า นี่ฮัวนิตา พวกเราจะไปสวรรค์กันทางไหน เธอก็ตอบว่า ทางนี้ค่ะพลางชี้มือไปที่ตอนกลางของเทือกเขา พ่อเลยตอบเธอว่า เยี่ยมมาก เด็กน้อยของฉัน แต่หนูก็ควรจะรู้นะว่าเมื่อเราปีนขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว สวรรค์ก็ยังไกลมาก ไกลจริงๆ ไม่ ฮัวนิตา นี่ไม่ใช่ทางไปสวรรค์ พระเยซูเจ้าในตู้ศีล คือทางแห่งราชานั่นเอง’"

แต่แล้ววันที่ 13 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ตาของท่านก็เสียชีวิตลง ดังนั้นแม่ของท่านจึงได้รับมรดกเป็นส่วนใหญ่อสังหาริมทรัพย์ในชาคาบูโค โดยมีพ่อของท่านเป็นผู้จัดการ แต่ด้วยการจัดการที่ไม่ดีทำให้ครอบครัวของท่านประสพปัญหาด้านการเงินซึ่งนำไปสู่การขายที่ดินนั้นไปในปี ค.ศ.1917 ต่อมาในวันที่ 22 ตุลามคม ค.ศ.1909ท่านจึงได้รับศีลกำลัง


กระนั้นก็ตามแม่ท่านจะเป็นเด็กดีขนาดนี้ ท่านก็ยังมีข้อบกพร่องบางประการคือ การเป็นเด็กดื้อ ไร้เหตุผลและเห็นแก่ตัว ผู้ชอบบึนปากและเอาแต่ใจ ท่านกล่าวในภายหลังว่า บางครั้งดิฉันก็โกธรชนิดเป็นฟืนเป็นไฟเลยทีเดียว แต่อาศัยความช่วยเหลือของครอบครัวและพระหรรษทานแห่งศีลล้างบาป ท่านก็พยายามเอาชนะนิสัยแบบนี้ มีครั้งหนึ่งท่านออกไปข้างนอกพร้อมน้องรีเบคคา จู่ๆเรเบคกาก็ตีท่าน หน้าของท่านแดงระเรื่อด้วยความโกธร ท่านรีบคว้าตัวรีเบคคาเอาไว้ เพื่อที่จะตีเธอกลับเท่าๆกับที่เธอตีท่าน แต่ทันทีท่านก็หยุดและหันมาจูบเธอแทน แต่เรเบคกาไม่เข้าใจการกระทำของพี่สาว เธอจึงออกไปไล่ท่านว่า ไปไกลๆเลย พี่ให้จูบของยูดาสแก่น้อง ฝ่ายท่านที่มีชัยเหนือความโกธรจึงเดินออกไปอย่างง่ายดาย

เมื่อท่านมีอายุได้ 10 ปี ท่านก็ได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรกและขณะที่ท่านอายุ 13 ปีท่านก็มีอันต้องเข้าโรงพยาบาลจากอาการไส้ติ่งอักเสบ มันสร้างความทุกข์ทรมานให้กับท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านเขียนบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่า หลังจากนั้นดิฉันก็จับจ้องไปบนภาพพระหฤทัยและดิฉันได้ยินสุรเสียงอันอ่อนโยนตรัสกับดิฉันว่า: ‘อะไรกัน ฮัวนิตา ! เราอยู่คนเดียวบนพระแท่นเพราะความรักของเราสำหรับเธอตลอด และเธอก็ไม่สามารถทนแบกรับอยู่คนเดียวเพียงครู่หนึ่งงั้นหรือ’ นับตั้งแต่นั้นมา พระเยซูเจ้าของดิฉันตรัสกับดิฉันและดิฉันก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับสนทนากับพระองค์ ผู้สอนดิฉันทีละน้อยว่าดิฉันควรต้องอดทนและไม่บ่น ดิฉันจึงทำทุกอย่างกับพระเยซูและเพื่อพระเยซู


 ที่อายุ 15 ปีท่านเริ่มเขียนบันทึกของท่านและในวันที่ 8 ธันวาคมในปีนั้นท่านก็ได้ถือสัตย์สาบานความบริสุทธิ์เพื่อพระเจ้า ซึ่งท่านได้เขียนเอาไว้ว่า ขอสัญญาว่าจะไม่มีคู่สมรสอื่นใดนอกเหนือไปจากพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของลูก ผู้ที่รักรักหมดหัวใจและปรารถนาจะรับใช้ไปตลอดชีวิต

ในปี  ค.ศ.1916 ท่านก็เข้าเงียบครั้งแรกตามแนวทางของนักบุญอิกญาซีโอ แห่ง โลโยลา หลังจากการนั่งรำพึงเรื่อง เสียงเรียกของพระคริสต์ราชา ท่านได้ความว่า ต้องมีใจสมัครที่ติดตามพระเยซูที่ใดก็ตามที่พระองค์ประสงค์ พระองค์ทรงเลือกความยากจน ความอัปยศอดสู กางเขน ดิฉันจะยังไม่ได้รับของขวัญเหล่านี้ตั้งแต่พระองค์ทรงสร้างดิฉัน  โปรดรักษาดิฉันในชีวิตและปลดปล่อยดิฉันออกจากนรก?  ก็ยังดีกว่า พระองค์ทรงได้รับความเดือดร้อนมานานกว่าสามสิบปีที่ผ่านมาทุกชนิดของความเจ็บปวด เพื่อจะสิ้นพระชนม์ในที่สุดบนไม้กางเขนอันเป็นที่สุดของความแปดเปื้อนของบรรดาผู้ชายและดิฉันจะไม่ต้องการรับทุกข์ทรมานสิ่งใดสำหรับความรักของพระองค์?



และทั้งๆที่มีความยากลำบากในชีวิต ลิลลี่น้อยๆก็สามารถจะชนะอุปสรรคนั้นมาได้ด้วยความสดใส และเช่นเด็กหญิงทั่วไปท่านทำทุกสิ่งที่พวกเขาทำ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกิจกรรมมากมายทั้งการเล่นเปียโน ว่ายน้ำ นอกจากนั้นลิลลี่น้อยๆยังสอนเด็กๆเรื่องCCD ท่ามกลางครอบครัวหรือเพื่อนมากมายท่านไม่เคยคิดที่จะเล่นตลกกับพวกเขา ในวันหยุดท่านใช้เวลาไปชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ขี่ม้าเล่นกับเพื่อนๆ  ช่วยพระสงฆ์สอนคำสอน


ในวันที่ 5 กันยายน ค.ศ.1917 ท่านเขียนจดหมายไปถึงภคินีคาร์เมไลท์ในอารามที่แอนดีส ที่ตั้งอยู่ใต้เทือกเขาชื่อเดียวกับอาราม  ที่อยู่ห่างจากซันติอาโกไป 70 กม. เพื่อแสดงความปรารถนาที่จะเข้าอาราม ตอนนี้ดิฉันจะบอกท่านว่า ดิฉันไม่เคยรู้จักกันเป็นส่วนตัวใดๆกับภคินีคาร์เมไลท์ ดิฉันมีเพียงการอ่านชีวิตของเทเรซาแห่งลิซเออร์และเอลิซาเบทแห่งพระตรีเอกภาพ นั่นเป็นวิธีที่ดิฉันได้ทราบว่าคาร์เมลคือสิ่งเล็กๆน้อยๆของสวรรค์และนั่นเป็นเพราะพระเจ้าได้ทรงเรียกให้ดิฉันไปที่ภูเขาอันบริสุทธิ์.......  


ท่านเปิดเผยความต้องการของท่าน ที่ซ่อนไว้แก่น้องสาวเรเบคกาผ่านทางจดหมายลงวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1916  ใจความว่าช่างเป็นความสุขเสียยิ่งกระไร น้องสาวตัวน้อยของพี่ พี่ได้ถูกจับไว้ในอวนความรักของชาวประมงผู้ศักดิ์สิทธิ์ พี่หวังว่าพี่จะสามารถทำให้น้องเข้าใจความสุขนี้ได้ พี่สามารถกล่าวได้ด้วยความมั่นใจเลยว่าพี่คือหนึ่งในพระสัญญาของพระองค์และเร็วๆนี้พวกเราจะได้ฉลองพิธีหมั้นกันในอารามคาร์แมล พี่จะเป็นชีลับ น้องคิดว่าอย่างไงบ้าง พี่ได้มอบตัวเองแด่พระองค์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พี่ได้สัญญาด้วยตัวพี่เองต่อพระองค์ มันช่างเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบอกว่าพี่รักพระองค์มากแค่ไหน หัวใจของพี่มีแต่พระองค์ผู้เดียว พระองค์คืออุดมคติของพี่ อุดมคติไปตลอดกาล พี่โหยหายวันที่พี่จะได้เข้าอารามคาร์แมลเพื่อถวายตนทั้งครบแด่พระองค์ผู้เดียว เพื่อนบนอบลงเฉพาะพักตร์พระองค์ และเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับชีวิตของพระองค์เพียงผู้เดียวคือการรักและทนทุกข์ยากซึ่งพี่จะได้ช่วยวิญญาณหลายดวงไว้ พี่กระหายวิญญาณเพราะพี่รู้ว่าดีว่านั่นคือสิ่งที่พระเยซูเจ้าของพี่ทรงปรารถนามากกว่าสิ่งใดในโลก โอ้ พี่รักพระองค์

ฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ.1918 ท่านก็ได้ถวายตนเป็นยัญบูชาเพื่อความรักและการไถ่โทษ จากแรงบันดาลใจจากพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากหลังมาไม่นานจิตวิญญาณของท่านก็ถูกปกคลุมด้วยความมืด ดังนั้นท่านจึงเข้าปรึกษากับคุณพ่อเรื่องภายในนี้ ลูกไม่แปลกใจเลย คุณพ่อผู้น่านับถือของลูก เพราะลููกได้ทูลขอพระเยซูคริสต์ที่จะกีดกันลูกจากการปลอบประโลมทั้งหมด เพื่อที่ว่าวิญญาณอื่นๆที่ลูกรักจะได้พบกับสันติและความสุขในศีลศักดิ์สิทธิ์และการสวดภาวนา



ในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ.1919 ท่านและมารดาก็ได้เข้าเยี่ยมอารามคาร์เมไลท์ในแอนดีส  แต่ในวันก่อนที่ท่านจะไปท่านก็ถูกล่อลวงเรื่องการตัดสินใจของท่าน ว่าท่านสามารถทำอะไรได้มากขึ้นเพื่อความรอดของวิญญาณโดยการเข้าคณะพระหฤทัยแทน แต่เมื่อเธอมาถึงอารามและได้เยี่ยมชมข้อกังขาของท่านก็มลายเหือดหายไปสิ้น  ดิฉันรู้สึกถึงสันติที่ยิ่งใหญ่จริงๆและความสุขที่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายมัน ดิฉันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระเจ้าต้องการให้ดิฉันอยู่ที่นั่นและดิฉันก็รู้สึกว่าตัวเองมีพละกำลังพอที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดเพื่อที่จะเป็นคาร์เมไลท์และอยู่ในฐานะนั้นตลอดไป

ความจริงแล้วในช่วงปลายปี ค.ศ.1917 ขณะที่มารดาและท่านกำลังเดินออกจากวัดหลังจากเสร็จพิธีมิสซา ท่านก็ได้กล่าวกับมารดาของท่าน รู้ไหมค่ะ คุณแม่ ว่าหนูต้องการที่จะเป็นคาร์เมไลท์  และทันทีมารดาของท่านก็ตอบกลับมาด้วยความสงบและเรียบง่ายว่า ถ้าพ่อของลูกยอม แม่ก็จะไม่ขัดขวาง เพราะมารดาของท่านได้เล็งเห็นถึงการกระทำของพระหรรษทานในจิตวิญญาณของท่าน ดังนั้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ.1919 ขณะที่ท่านพักผ่อนอยู่กับเพื่อน ท่านก็ได้เขียนจดหมายถึงบิดาเพื่อขออนุญาตเข้าอาราม ท่านใส่ทั้งใจ ความศรัทธาของท่านลงไปในจดหมายฉบับนี้ที่ลงวันที่ 25 มีนาคม  วันสมโภชการแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์  แต่ความหวังของท่านก็อาจดับหายไปเนื่องจากสภาพของครอบครัวท่านในตอนนั้นประสพปัญหาทางด้านกางเงินที่กำลังดิ่งลงเนิน ซึ่งมันทำให้อาจไม่มีสินสอดพอที่จะเข้าอาราม


วันเวลาผ่านไปจนกระทั้งท่านกลับมาบ้าน ท่านก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบจากบิดา จนที่สุดขณะที่ท่านกำลังเตรียมพร้อมที่จะออก ท่านก็สะดุดเข้ากับสายตาของบิดาท่าน ท่านจึงเข้ามาหาเขา ทันทีเช่นกันเขาพลางเอยขึ้นว่า ลูกพ่อ หากเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า พ่อก็ไม่ขัดข้อง  ขณะนั้นเองดวงใจของท่านก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข  ท่านถึงกับอุทานขึ้นว่า นักบุญโยเซฟได้กระทำการอัศจรรย์!”

ดังนั้นในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ.1919 ท่านจึงได้ก้าวเข้าประตูอารามคาแมลในแอนดีส พร้อมๆกับความทุกข์ที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว แต่กระนั้นท่านก็มีสันติและความสุขภายในจิตวิญญาณ ทันทีทันใดในวันรุ่งขึ้นท่านก็เขียนจดหมายถึงมารดาของท่านมีความว่า ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า ลูกอยู่ในอารามน้อยๆของลูก ลูกใช้เวลาที่ดีเอาใจใส่ที่จะเดินในรองเท้าไม้ เมื่อลูกรู้สึกอึดอัดใจกับสิ่งที่เป็นลูกก็จะเอาชนะมันด้วยการหัวเราะที่บังคับไม่อยู่ โดยสรุปลูกมีความสุขมาก สำหรับลูกแล้วไม่มีอะไร ลูกพบทุกสิ่งในพระเจ้า และอีกแปดวันต่อมาท่านก็ได้เขียนในบันทึกของท่านอีกว่า ดิฉันได้เป็นคาร์แมลมาเป็นเวลาแปดวันแล้ว แปดวันแห่งสวรรค์ ดิฉันรู้สึกถึงความรักของพระเจ้า  แต่กระนั้นในท่ามกลางอารามอันเงียบความสงบท่านก็ไม่สูญเสียความตลกต่อเรื่องต่างๆของท่านไปดังที่ท่านเขียนว่า ที่นี่เราซ่อมและปะชุนมากมายกับเสื้อผ้า เพราะเรายากจน ลองจินตนาการซิว่าเครื่องแบบของคณะ ดิฉันซ่อมมันมากกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบหย่อม จนแทบไม่เหลือเนื้อผ้าเดิมเลยทีเดียว


 14 ตุลาคม ค..1919 ท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนของท่านน ฮัวนิตาน้อยก็ได้รับชุดคณะเพื่อเริ่มการเป็นนวกะพร้อมด้วยชื่อใหม่ว่า เทเรซาแห่งพระเยซูเจ้า ที่อารามท่านเป็นคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและความรัก ท่านเสนอตัวเองที่จะทำงานอันต่ำต้อยและไม่น่าทำมากที่สุดในอาราม  แต่กระนั้นท่านก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเข้าใจผิดและการข่มเหงจากนวกะจารย์ของท่าน ขณะเดียวกันก็ถูกทดลองจากเหล่าซาตานทั้งหลาย

กาลเวลาผ่านล่วงมาถึงต้นเดือนมีนาคม ค..1920 ท่านได้สารภาพต่อคุณพ่อจิตตาธิการอาราม คุณพ่ออาเวรทาโน  ว่าท่านจะจากไปภายในหนึ่งเดือน ดังนั้นท่านจึงร้องขอที่จะขอใช้กิจโทษบาปเป็นพิเศษ แต่คุณพ่อไม่ปรักใจเชื่อคำพูดของท่าน จนกระทั้งวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ปีเดียวกัน ท่านก็เริ่มล้มป่วยลงด้วยโรคไข้ราดสาด แต่กระนั้นท่านก็ยังคงไปร่วมพิธี ดังนั้นจึงมีคนสังเกตเห็นและขอให้ท่านกลับไปที่เตียง


หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาท่านก็ต้องทุกข์ทรมานอยู่บนเตียง แต่กระนั้นแม้ว่าท่านจะนอนทรมอยู่บนเตียงพวกซาตานก็ไม่ลดราวาศอกให้กลับท่าน แต่กลับกันมันกับเริ่มปั่นหัวท่านว่าพระเจ้าปฏิเสธท่านเพราะท่านไม่ซื่อสัตย์ ต่อมาในวันที่ 6 เมษายน ท่านปฏิเสธที่จะออกจากอารามเพื่อไปพักรักษาตัวในโรงพยาบาลของซันติอาโก และหลังจากความพยายามในวันที่  7 เมษายน ท่านจึงได้ทำพิธีปฏิญาณตนพร้อมๆกับการรับรู้จากการวินิฉัยของแพทย์ว่าท่านป่วยด้วยโรคไข้รากสาดขั้นสุดท้าย ดังนั้นท่านจึงได้รับศีลมหาสนิทเป็นครั้งสุดท้ายก่อนในเวลา 19.15 นาทีโดยประมาณของวันที่ 12 เมษายน ปีเดียวกัน เพียงสิบเอ็ดเดือนในอาราม ท่านก็ได้คืนชีวิตของท่านไปแก่พระเจ้า ด้วยวัยเพียง 19 ปี


ต่อมาในวันที่ 3 เมษายน ค.ศ.1987 ใน ซันติอาโก ประเทศชิลี ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นบุญราศีโดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอลปอลที่ 2 และอีก 6 ปีต่อมาในวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ.1993 สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สองก็ได้สถาปณาท่านจากบุญราศีขึ้นเป็นนักบุญคนแรกของประเทศชิลีและเป็นนักบุญองค์แรกที่เป็นภคินีคาร์เมไลท์จากภาคพื้นอเมริกา พร้อมกับเป็นนักบุญในคณะองค์ที่สี่ที่ใช้นามเทเรซา(1.นักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 2.นักบุญเทเรซา มากาเร็ต 3.นักบุญเทเรซาห่งพระกุมารเยซู) และล่าสุดนี้ที่งานชุมนุมเยาวชนโลก ที่บลาซิลที่จะจัดขึ้นในปีนี้ ค..2013 ท่านก็ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ช่วยวิงวอนจากทั้งหมด 13 ท่านด้วยกัน


การที่เราได้เลือกหนทางเเห่งกางเขนนั้นไม่ผิด เปรียบดังพระวาจาที่ว่า " ข้าพเจ้าเลือกหนทางเเห่งความจริง" ( สดด 119:30 ) เเม้ทางเเห่งกางเขนจะยากลำบากน่ะ เเต่การที่ฮัวนิต้า ได้เลือกบนหนทางเเห่งสายนี้ "กางเขน" เเม้เป็นกางเขนที่ยากลำบาก แต่ฮัวนิต้าได้สวมกอดไม้กางเขนไว้เเน่น เฉกเช่นเดี่ยวกับพระเยซูเจ้าทรงดำเนินไปยังเนินเขากัลโกธา เพื่อที่จะไถ่กู้มนุษย์ ฮัวนิต้าเองก็เช่นกัน เธอเกิดมาในครอบครัวร่ำรวย แต่หนสุดท้ายกับยากจน เธอได้เป็นเฉกเช่นเดี่ยวกับท่านนักบุญเทเรซาเเห่งพระกุมารเยซู โดยใช้ชีวิตร่วมกับองค์พระผู้ไถ่ รักและเคารพพระองค์ เมื่อวันที่เธอเขาอาราม เธอปรารถนาที่จะเป็นของพระองค์ไปตลอดชีวิต เปรียบได้กับดอกลิลลี่สีขาวที่บริสุทธิ์ กำลังชูช่อสะพรังเต็มที่ เเม้เป็นทางที่ยากลำบากเเต่ฮัวนิต้าที่จะเลือกเดินทางสายนี้ ทางที่เรียกว่า "กางเขน"


ดิฉันจะส่งเสริมให้เกิดกิจการเพื่อความสุขของผู้อื่น

ข้าแต่ท่านนักบุญเทเรซาแห่งพระเยซูเจ้าแห่งแอนดีส ช่วยวิงวอนเทอญ


ข้อมุลอ้างอิง

ลำนำ ณ นั่งร้านของ 'มรณสักขีแห่งกมเปียญ' ตอนแรก

  นักบุญมรณสักขีแห่งกมเปียญ St. Martyrs of Compiègne วันฉลอง: 17 กรกฎาคม ‘เลาดาเต โดมินัม โอมเนส เซนเทส’ (นานาชาติเอ๋ย จงสรรเสริญพระยาห์เวห์...